ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้าราชการร่วมสดับพระธรรมเทศนา “อุภินนมัตถจรกถา” เฉลิมพระธรรมบารมี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 - MSK News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้าราชการร่วมสดับพระธรรมเทศนา “อุภินนมัตถจรกถา” เฉลิมพระธรรมบารมี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565


เมื่อวันที่  11 ส.ค. 65 เวลา 09.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านพัฒนาชุมชน และส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หัวหน้าหน่วยรัฐวิสาหกิจ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นำข้าราชการ และ เจ้าหน้าที่ รับฟังพระธรรมเทศนาเฉลิมพระบารมีใน "อุภินนนมัตถจรกถา" เฉลิมพระธรรมบารมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
.
โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคุง จุลเจริญ วางพวงมาลัยถวายสักการะพระบรมราชนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ในพระอุโบสถ จากนั้นเปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านหน้าพระอุโบสถ จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดเทียนส่งธรรมหน้าธรรมาสน์ เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล โดยมี เจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยรองเจ้าคณะภาค 6 - 7 (ธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาธรรม ต่อด้วยการแสดงพระธรรมเทศนา จากเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี จบแล้วอนุโมนา
.
เจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี ได้แสดงพระธรรมเทศนา “อุภินนมัตถจรกถา” เป็นพระธรรมเทศนาเฉลิมพระธรรมบารมี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยเนื้อหาของบทพระธรรมเทศนาแสดงถึงพระราชการุณยธรรม สำแดงให้ชาวโลกประจักษ์ถึงความเป็น “อารยะ” ของคนไทยในภารกิจด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ คือการที่สมเด็จสภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินรีบรุดด้วยพระองค์ ไปทรงอำนวยการรับผู้อพยพซึ่งลี้ภัย สงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน หลั่งไหลเข้ามาทางชายแดนจังหวัดตราด ครั้งนั้น ต้องทรงพระราชอุตสาหวิริยภาพอย่างแรงกล้า ดังพระราชปรารภเล่าไว้ว่า “ฉันได้รับแจ้งว่าชาวเขมรอพยพหนีตายเข้ามาทางจังหวัดตราดเป็นแสน ๆ คน ฉันเป็นสภานายิกาของสภากาชาดไทย จึงรีบเดินทางไปดูแล ...โดยคัดเลือกคนไปด้วยเพียงไม่กี่คน ไม่ต้องการให้เป็นคณะใหญ่ เพราะมีความไม่สะดวกต่าง ๆ เช่นที่พักมีจำกัด และน้ำสะอาดหายากมาก ต้องขับรถออกไปหาน้ำไกลตั้งเป็นชั่วโมง ๆ ...เราพักกันในที่พักที่สร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ ฉันและทุกคนต้องนอนกับพื้นศาลาใหญ่ โดยนอนบนเสื่อกก หนุนเป้ที่แต่ละคนนำติดตัวมาแทนหมอน ไม่มีห้องนอน มีส้วมก็เป็นแบบส้วมซึม...”

สมเด็จบรมบพิตร สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพร้อมอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นได้เสมอ แม้พระชนมชีพก็ทรงกล้าหาญที่จะเสียสละได้ ตามอย่างพระราชบุพการีแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ดังพระราชดำรัสที่ทรงเล่าพระราชทานถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมผู้ปฏิบัติราชการชายแดน ในพื้นที่อันเต็มไปด้วยภยันตราย ไว้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2526 ความตอนหนึ่งว่า “...ข้าพเจ้าก็แอบหนีไปเยี่ยมเขา ก็รู้หรอกว่ามันไม่ดี แต่ก็กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บอกว่าไม่เป็นไร สวดมนต์แล้ว ถึงตายก็ไปดี ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าคิดว่าอยากจะไปดูแลเขา ก็ไม่ใช่คิดว่าจะตายไม่ได้หรอก ก็รู้เหมือนกันว่าความตายนี่มาเมื่อไรก็ได้ แต่คิดว่าเขาสิแสนจะกล้าหาญ เราซึ่งขึ้นชื่อว่าพระบรมราชวงศ์จักรีนี่ รัชกาลที่ 1 ได้ฝ่าฟันสร้างบ้านเมืองขึ้นมา เราเป็นลูกหลาน ...ข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าก็อยู่มาพอแล้ว อยู่มาเรียกว่ามากพอที่น่าจะดำรงไว้ซึ่งพระราโชบายและพระราชประสงค์ คือเคียงข้างอยู่กับคนไทยทุกเมื่อ”

พระราชปรารภซึ่งเชิญขึ้นเป็นนิทัศนนัยข้างต้น สะท้อนถึงพระราชธรรมจริยาสำคัญ คือการอุทิศตนเพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นอยู่เสมอ สมควรที่ชาวไทยจะได้บำเพ็ญกุศลกรณียะ เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระราชกุศล เพิ่มพูนพระธรรมบารมีให้เพิ่มทวีไพบูลย์ ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้แสดงความกตัญญูกตเวที ฉลองพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ผู้ทรงพระราชสมัญญา “แม่แห่งชาติ” โดยเต็มกำลังความสามารถ พร้อมเพรียงกัน บันดาลให้ราชอาณาจักรไทย สถาวรวัฒนาสืบไปสมพระราชปณิธานปรารถนา และใจความของภาษิตนี้ ได้ธรรมวิภาคเป็น 2 ประการ คือ “ศีล” คือการรักษากายวาจาให้เป็นปรกติเรียบร้อย “ปัญญา” คือความฉลาดรอบรู้ หรือความรู้ชัดในเหตุและผล และ “สุตะ” คือการศึกษาเล่าเรียน เป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก เป็นธรรมะส่วนเหตุ 1 และการประพฤติประโยชน์เพื่อตนและผู้อื่นได้ทั้งสองฝ่าย เป็นธรรมะส่วนผล 1

หลังการสดับพระธรรมเทศนาจบ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้ร่วมรับฟังพระธรรมเทศนา “อุภินนมัตถจรกถา” เฉลิมพระธรรมบารมี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ในการแสดงพระธรรมเทศนาภายในวัดต่าง ๆ ทั้ง 76 จังหวัด สำหรับประชาชนที่นับถือศาสนาอื่น ๆ สามารถร่วมบำเพ็ญบุญตามธรรมเนียมปฏิบัติ และบำเพ็ญประโยชน์เป็นปฏิบัติบูชาเพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดทั้งปีโดยพร้อมเพรียงกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad