รมว.พม. เปิดโรงรับจำนำของรัฐ สาขาที่ 42 จ.สุพรรณบุรี เล็งเพิ่มสาขา ขยายความช่วยเหลือประชาชน - MSK News

Breaking

https://www.blogger.com/blog/page/edit/163607023169952299/4565312937486509077?hl=th#

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565

รมว.พม. เปิดโรงรับจำนำของรัฐ สาขาที่ 42 จ.สุพรรณบุรี เล็งเพิ่มสาขา ขยายความช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 65 เวลา 12.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดสถานธนานุเคราะห์ (สธค.) หรือโรงรับจำนำของรัฐ สาขาที่ 42 ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ประสบความเดือดร้อนและขาดแคลนเงินที่จะนำไปใช้ในการดำรงชีพหรือนำไปลงทุนประกอบอาชีพ โดยนำทรัพย์สินมาจำนำด้วยดอกเบี้ยในอัตราต่ำ อีกทั้งเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐอย่างทั่วถึงตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งขจัดความเดือดร้อนในด้านการเงินของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินเฉพาะหน้า โดยมี นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ กล่าวรายงาน ทั้งนี้ นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทรวง พม. นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สธค. เข้าร่วมงาน

นายจุติ กล่าวว่า วันนี้ ตนมาในนามของรัฐบาล เพื่อมาเปิดสถานธนานุเคราะห์ หรือโรงรับจำนำของรัฐ สาขาที่ 42 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้มาใช้บริการ และยังเป็นการลดการเพิ่งพาเงินกู้นอกระบบ ขณะนี้ มีโรงรับจำนำจำนวนมากทั้งภาครัฐและเอกชน แต่คิดว่ายังไม่เพียงพอ โดยกระทรวง พม. ได้พยายามขอเพิ่มสาขาให้กระจายอย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น แต่มีข้อจำกัดในเรื่องกฎหมาย ที่ยังไม่อนุญาตให้ทำได้ ดังนั้น เราจึงตั้งเป้าเป็นหน่วยเคลื่อนที่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงไปยังบ้าน ให้ประชาชนสามารถเอาทรัพย์มาจำนำได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงโรงรับจำนำ ดังนั้น หน่วยงานราชการจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งเราจึงต้องมาดูว่าทั้งกระทรวง พม. กระทรวงมหาดไทย เราสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยไม่ผิดกฎหมาย และสามารถให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และจากการใช้บริการในปีที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนมาใช้บริการโรงรับจำนำกว่า 100,000 คนต่อเดือน ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลได้เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับสถานธนานุเคราะห์อีก 500 ล้านบาท เพื่อให้มาดูและประชาชนเพิ่มเติม

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานธนานุเคราะห์ (สธค.) หรือโรงรับจำนำของรัฐ เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวง พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ปัจจุบัน มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ สธค. เข้าสู่ปีที่ 67 โดยได้เปิดสถานธนานุเคราะห์รวมทั้งสิ้น 42 แห่ง แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 33 แห่ง และในส่วนภูมิภาค 9 แห่ง ทั้งนี้ มีการจัดทำแผนขยายสาขาการให้บริการในพื้นที่ส่วนภูมิภาคอย่างครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ นอกจากนี้ การรับจำนำทรัพย์ ทาง สธค. มีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ดังนี้ 1) เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาทคิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 บาท ต่อเดือน 2) เงินต้น 5,001 – 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 บาท ต่อเดือน 3) เงินต้น 10,001 – 20,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 บาทต่อเดือน และ 4) เงินต้น 20,001 – 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน โดย สธค. มีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดในธุรกิจโรงรับจำนำ เพียงร้อยละ 25 สตางค์ต่อเดือน (วงเงินไม่เกิน 5,000 บาท) อีกทั้งยังมีนโยบายอัตราการรับจำนำทรัพย์ประเภททอง นาก เงิน และรูปพรรณ โดยรับจำนำไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาทองรูปพรรณในท้องตลาด ซึ่งให้ราคารับจำนำที่สูงขึ้นกว่าเดิม :Cr;มณสิการ รามจันทร์



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น