ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานเทศกาลดิวาลี มุ่งต่อยอดสร้างอัตลักษณ์ย่าน สร้างรอยยิ้ม และเศรษฐกิจให้กลับคืนมา..D - MSK News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานเทศกาลดิวาลี มุ่งต่อยอดสร้างอัตลักษณ์ย่าน สร้างรอยยิ้ม และเศรษฐกิจให้กลับคืนมา..D

“วันนี้ก็เป็นค่ำคืนแห่งความสุข นี่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยและของกรุงเทพมหานคร คือเราเป็นพหุวัฒนธรรม เรามีวัฒนธรรมที่หลากหลาย พี่น้องไทยเชื้อสายอินเดียก็เข้มแข็งมาก เรามีย่านพาหุรัดที่เข้มแข็ง และมีย่านเยาวราชของคนจีนด้วย ซึ่งอยู่กันได้อย่างไร้รอยต่อ ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้ นั่นคือจุดแข็งของเราที่มีพหุวัฒนธรรม” นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงานเทศกาลดิวาลีเฟสติวัล กรุงเทพฯ ประจำปี พ.ศ. 2565 (Deepavali Bangkok Festival 2022) ในวันที่ 21 ต.ค. 65  ณ เวทีหลัก คลองโอ่งอ่าง เขตพระนคร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า กรุงเทพมหานครต้องเอาตรงนี้มาขยายต่อ สร้างอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง เรามีลิตเติ้ลอินเดีย มีไชน่าทาวน์ เราผสมผสานให้ทุกคนอยู่ด้วยกันได้ เราเชื่อว่าสามารถทำ “ดิวาลี” ให้เป็นเทศกาลประจำปีเพื่อให้เรามาเฉลิมฉลองกันได้ เราต้องมีเทศกาลแบบนี้บ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ให้พี่น้องที่ทำมาค้าขายสามารถขายได้ ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องเชื้อสายอินเดีย แต่ทุกคนแถวนี้จะขายอะไรก็ขายได้ เราก็ดึงดูดคนมาเดินเล่น มาพบปะกัน สร้างบรรยากาศดี ๆ ความสดชื่น รอยยิ้ม และเศรษฐกิจให้กลับคืนมา กระตุ้นการใช้จ่าย เป็นจุดรวมใจ รวมวัฒนธรรมของเราไว้ที่นี่ ซึ่งรัฐบาลได้ทำคลองโอ่งอ่างไว้แล้ว เราก็ใช้คลองโอ่งอ่างให้เป็นประโยชน์

“ต้องขอขอบคุณผู้จัดงานทุกฝ่าย กทม.เป็นแค่ผู้อำนวยความสะดวก งานนี้สำเร็จได้เพราะพี่น้องไทยเชื้อสายอินเดียทั้งหลายที่ร่วมมือกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และจัดงานได้อย่างสมศักดิ์ศรีมาก เดินมาก็สวยงาม มีร้านอาหารมากมาย ขอให้จับจ่ายใช้สอยกัน หรือบอกเพื่อนให้มากันเยอะ ๆ ให้คนมากันแบบถล่มทลาย เพื่อให้ปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป ได้จัดงานกันไปทุกปี ให้มีเทศกาลแบบนี้หลาย ๆ พื้นที่ กรุงเทพฯ ก็จะกลับเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ขอบคุณและขอให้พวกเรามีความสุข Happy Deepavali ทุกคนนะครับ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวในตอนท้าย

สำหรับ “งานเทศกาลดิวาลี” หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง เป็นงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนเชื้อสายอินเดีย โดยมีความเชื่อว่าเป็นเทศกาลแห่งการฉลองชัยชนะของแสงสว่างเหนือความมืด ความรู้เหนือความเขลา และความดีเหนือความชั่วร้าย ซึ่งงานเทศกาลดิวาลีเฟสติวัล กรุงเทพฯ ประจำปี พ.ศ. 2565 นี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย (IAT) เครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการชาวไทยเชื้อสายอินเดีย กลุ่มชาวอินเดียในประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดงานเทศกาลในย่านลิตเติ้ลอินเดีย ให้กลับมามีชีวิตชีวา มีสีสัน เป็นเทศกาลหลักประจำปีของเมืองหลวงของไทย สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านวิถีชีวิตสังคม วัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ การค้า ภาคประชาชนในย่าน และเพื่อให้ย่านลิตเติ้ลอินเดียเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐอินเดีย ที่ครบรอบ 75 ปี ในปี พ.ศ. 2565 อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถเที่ยวงานเทศกาลดิวาลีได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. 65 ระหว่างเวลา 11.00 – 22.00 น. ณ บริเวณย่านลิตเติ้ลอินเดีย ถนนพาหุรัด-คลองโอ่งอ่าง-สะพานเหล็ก ภายในงานพบกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ สักการะบูชาพระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมี เสริมดวงชะตา โชคลาภ เพิ่มความสำเร็จให้ชีวิต ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองของคนอินเดีย แสง สี เสียง สไตล์บอลลีวูด ชิมและชอป อาหารและสินค้าแนวอินเดียน-ไทย มหกรรมสินค้าสะพานเหล็กนานาชนิด และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

อนึ่ง ผู้ร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลดิวาลีเฟสติวัล กรุงเทพฯ ประจำปี พ.ศ. 2565 ได้แก่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ











อนึ่ง ผู้ร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลดิวาลีเฟสติวัล กรุงเทพฯ ประจำปี พ.ศ. 2565 ได้แก่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางอัลปานา ดูเบ รักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย นายชวน ธากูร์ นายกสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายปรีชา จำปี ประธานบริษัท Destination Siam ผู้จัดงานเทศกาลดิวาลีเฟสติวัล คณะผู้สนับสนุนการจัดงาน คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ประชาชน และสื่อมวลชน #สร้างสรรค์ดี #เศรษฐกิจดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad