ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยกงานโยธาเป็นโซ่ข้อสุดท้ายเชื่อมกทม.กับประชาชน เน้นทำงานอย่างรวดเร็วและโปร่งใส..00 - MSK News

Breaking

https://www.blogger.com/blog/page/edit/163607023169952299/4565312937486509077?hl=th#

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยกงานโยธาเป็นโซ่ข้อสุดท้ายเชื่อมกทม.กับประชาชน เน้นทำงานอย่างรวดเร็วและโปร่งใส..00

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานการประชุมแนวดิ่งระหว่างสำนักการโยธาและหัวหน้าฝ่ายโยธา 50 สำนักงานเขต ครั้งที่ 1/2565 โดยมี นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง และหัวหน้าฝ่ายโยธา 50 สำนักงานเขต ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร


“วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมประชุมกับสำนักการโยธา ยินดีที่ได้มาพบทุกคน พวกเราล้วนเป็นหน่วยสำคัญ โดยเฉพาะโยธาที่อยู่ตามเขต ซึ่งได้สัมผัสใกล้ชิดกับประชาชน ความดีหรือไม่ดีจะขึ้นอยู่การปฏิบัติของเราที่มีต่อประชาชน งานโยธานับว่าเป็นโซ่ข้อสุดท้ายที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครกับประชาชน หน้าที่ของกรุงเทพมหานครคืออำนวยความสะดวก เราต้องไม่เป็นภาระให้ประชาชน เราต้องทำงานให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวกับผู้เข้าร่วมประชุม

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงนโยบายเร่งด่วนคือ เรื่องของ One Stop Service การขออนุญาตก่อสร้างให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการทำงานให้เหลือเพียงยื่นเอกสารอย่างเดียวเหมือนกับการยื่นแบบภาษีออนไลน์ ส่วนเรื่องความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นแนวทางที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่าถ้ามีใครมาอ้างชื่อผู้ว่าฯ ชื่อผู้บริหารก็อย่าไปเชื่อ ถ้าพบเห็นให้แจ้งเข้ามา นอกจากนี้การนำ Traffy Fondue เข้ามาช่วย ทำให้เห็นการทำงานของแต่ละเขตว่าเป็นอย่างไร การใช้เทคโนโลยีเข้ามาจับทำให้เห็นภาพรวมได้ดีขึ้น ขอให้เดินหน้าต่อไปด้วยกัน เป็นทีมเดียวกัน โดยเชื่อมั่นในความโปร่งใส และเป็นกำลังใจให้ทุกคน


จากนั้นในที่ประชุมฯ ได้รายงานเรื่องทางเท้าดี กรุงเทพมหานครมีแบบแปลนและรายการมาตรฐานที่ดำเนินการเมื่อปี 2542 ต่อมาได้ปรับปรุงรูปแบบทางเท้าที่และแจ้งให้สำนักงานเขต เพื่อให้นำไปใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2563 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำแบบแปลนและรายการมาตรฐานทางเท้าใหม่ ปี 2565 เพื่อปรับปรุงให้เข้ากับรูปแบบและวิธีการใช้งานของทางเท้า ส่วนรูปแบบทางเท้าประกอบไปด้วย กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น ขนาด 40x40x3.5 ซ.ม. ปูนทรายสำเร็จรูปปรับระดับกระเบื้องซีเมนต์ ปูพื้นหนา 2 ซ.ม. คอนกรีตเสริมเหล็ก WIRE MESH หนา 10 ซ.ม. บริเวณทางเข้า-ออก คอนกรีตเสริมเหล็กหนา 15 ซ.ม. และทรายหยาบบดอัดแน่น ไม่น้อยกว่า 95% ซึ่งรูปแบบนี้ได้เคยทดลองใช้ที่กทม. 2 จะมีความง่ายต่อการดูแลและซ่อมแซม ปรับปรุงความชันทางเชื่อมทางลาดเป็น 1:12 ตามมาตรฐานสากล ปรับปรุงช่องรับน้ำจากเดิมแนวตั้งเป็นแนวนอน
ในการจัดระเบียบเรื่องของทางเท้าที่จะดำเนินการใหม่ จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องทั้งการไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง ซึ่งในการปรับปรุงทางเท้าครั้งต่อไป การประปานครหลวงจะทำการปรับปรุงท่อใต้ดินบริเวณดังกล่าวไปพร้อมๆกัน จะไม่ต้องมาเสียเวลามาขุดเปิดหน้าดินอีก ส่วนไฟฟ้าแสงสว่างที่สำนักงานโยธาดูแลอยู่ มีแผนดำเนินการซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่ถนน 2,000 ดวง ใช้งบประมาณเพิ่มเติมปี 64 จัดซ่อมไฟฟ้าแสงสว่างในพื้นที่ถนน 5,000 ดวง ใช้งบใช้สอยปี 65 อยู่ระหว่างการจัดจ้าง จัดซ่อมไฟฟ้าส่องสว่าง 50 สำนักงานเขต 20,000 ดวง ใช้งบประมาณ 240 ล้าน อยู่ระหว่างการขอจัดสรรปี 65 ซึ่งจะแยกเป็น 6 สัญญาๆ ละประมาณ 40 ล้าน


ด้านนโยบายเรื่องการกำกับดูแลการแก้ปัญหาการผลกระทบกับโครงการที่มีการก่อสร้างทางภาคเอกชนของภาครัฐ สำนักการโยธาได้มีการเชิญประชุมเจ้าของโครงการทั้งหมด 460 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ 180 โครงการ มีผู้เข้าประชุมประมาณ 400 คน โดยได้กำชับถึงการทำงานของผู้รับจ้าง เรื่องฝุ่น เสียง เรื่องการทำงานกลางคืน เรื่องของ Tower เครน เรื่องของการควบคุมงานก่อสร้างทั้งหมด รวมถึงเรื่องการคืนผิวจราจร เรื่องของการก่อสร้างทางม้าลายไฟกระพริบและความสะอาด
ในส่วนของ BBKK Trail (Better Bangkok Trail) เส้นทางวิ่งดี ออกกำลังกายดี กลุ่มเพื่อนชัชชาติ ได้มีการหารือร่วมกัน พร้อมทั้งวิ่งไปสำรวจพื้นผิวจราจร พื้นผิวทางเท้า ระยะทาง 10 กิโลเมตร ประกอบไปด้วย ถนนราชดำเนินนอก เข้ามาที่กทม. 1 ถนนดินสอ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านไปสนามหลวง ถนนเจริญกรุง แล้ววนกลับมาที่คลองผดุงกรุงเกษม ตอนนี้ทางทีมงานได้ให้ข้อมูลความเสียหายของการเส้นทางที่ไปวิ่ง ส่งให้กับทางสำนักงานโยธาดำเนินการปรับปรุงใช้งบประมาณประมาณ 3 ล้านบาท จะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด 10 กิโลเมตร ภายในเดือนกันยายน 65

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น