กทม.ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินโครงการด้านการพัฒนาเมือง หลักสูตรบริหารเมืองนวัตกรรม (CCIO) รุ่นที่ 5 ยกระดับความสามารถผู้บริหารเมืองให้มีความพร้อมพัฒนาและการจัดการเมือง - MSK News

Breaking

https://www.blogger.com/blog/page/edit/163607023169952299/4565312937486509077?hl=th#

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กทม.ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินโครงการด้านการพัฒนาเมือง หลักสูตรบริหารเมืองนวัตกรรม (CCIO) รุ่นที่ 5 ยกระดับความสามารถผู้บริหารเมืองให้มีความพร้อมพัฒนาและการจัดการเมือง



เมื่อวันที่ 30 ก.ค.65 นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินโครงการด้านการพัฒนาเมือง หลักสูตรบริหารเมืองนวัตกรรม (CCIO) รุ่นที่ 5 ณ ห้องเพลินจิต โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เพลินจิต เขตวัฒนา

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรม (Innovation System) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีองค์ความรู้ในการบริหารจัดการพื้นที่เชิงนวัตกรรม จึงดำเนินการจัดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม (Chief City Innovation Officer: CCIO) ขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เพื่อช่วยสร้างมุมมองความเข้าใจในนวัตกรรม โดยเฉพาะ กลุ่มบริหารระดับสูง (C-Level) ในด้านการพัฒนาเมืองและชุมชน (City and Urban Development) มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่

1. กลุ่มผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ (Public Sector)

2. กลุ่มผู้บริหารจากภาคการศึกษา (Academic)

3. กลุ่มผู้บริหารจากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและนักลงทุน(Developer / Investor)

4. กลุ่มผู้บริหารองค์กรด้านการพัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (Service Providers) และ

5. ภาคประชาสังคม (Civil Society) โดยในปี 2565 สนช.ได้ดำเนินการจัดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม รุ่นที่ 5 ขึ้นและได้จัดให้มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการในวันที่ 30 ก.ค.65

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หลักสูตรนี้จะสร้างคุณให้เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเมืองด้วยนวัตกรรม” ผ่านการแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดและเปิดรับองค์ความรู้ ไปกับผู้เชี่ยวชาญที่พลิกเปลี่ยนเมืองสู่การเป็นเมืองนวัตกรรมระดับโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถให้ผู้บริหารเมืองได้มีความพร้อมด้านการพัฒนาและการจัดการเมืองนวัตกรรม การพัฒนาทักษะในการวางแผนยุทธศาสตร์และการจัดการเมืองที่เป็นไปตามหลักสากล และนำหลักการของเมืองต้นแบบมาปรับใช้ในบริบทของท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพและคำนึงถึงอนาคตอย่างยั่งยืน และสร้างให้เกิดเครือข่ายของกลุ่มผู้บริหารให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการมีส่วนร่วมในการบริหารเมืองต่อไป (ขอบคุณภาพและข่าวจากเพจ prbangkok.com)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น