“ทิพานัน” ชี้ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือนธ.ค.พุ่ง45.5 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 7 เดือนติด ฟื้นความเชื่อมั่นการผลิต การลงทุน การจ้างงาน - MSK News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566

“ทิพานัน” ชี้ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือนธ.ค.พุ่ง45.5 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 7 เดือนติด ฟื้นความเชื่อมั่นการผลิต การลงทุน การจ้างงาน

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ทำการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจและหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ประจำเดือนธันวาคม 2565 อยู่ที่ระดับ 45.5 เพิ่มขึ้นจากระดับ 43.9 ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 7 เดือนติดต่อกัน คือตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 อีกทั้งในเดือนธันวาคมนี้ ยังพบว่า ดัชนีฯเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดัชนีฯ อยู่ที่ 44.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอยู่ที่ 43.1, ภาคกลาง ดัชนีฯ อยู่ที่ 46.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนซึ่งอยู่ที่ 44.7, ภาคตะวันออก ดัชนีฯ อยู่ที่ 48.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอยู่ที่ 47.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดัชนีฯ อยู่ที่ 45.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอยู่ที่ 43.7, ภาคเหนือ ดัชนีฯ อยู่ที่ 45.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอยู่ที่ 43.4 และภาคใต้ ดัชนีฯ อยู่ที่ 43.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนซึ่งอยู่ที่ 42.2

รองโฆษกประสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยผลสำรวจระบุว่าดัชนีฯที่เพิ่มขึ้น มาจากปัจจัยบวกที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การจ้างงานและรายได้แรงงานสูงขึ้น กระจายทั่วถึงมากขึ้น ขณะที่ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ SET Index เดือนธันวาคม 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 33.3 จุด จาก 1,635.36 ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 เป็น 1,668.66 ณ สิ้นเดือน ธันวาคม 2565 การผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงไฮซีซัน ประกอบกับราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 95 (E10) ในประเทศยังคงทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 34.48 และ 34.75 บาทต่อลิตร ตามลำดับ และราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ยังคงทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ระดับ 34.94 บาทต่อลิตร และราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น หรือทรงตัวในระดับที่ดี โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่สำคัญภาคธุรกิจ และหอการค้าจังหวัดส่วนใหญ่ของทุกภาค ต่างมีความเห็นว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้น ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าเชื่อถือ นับเป็นผลสำเร็จของนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จากการเปิดประเทศในแบบค่อยเป็นค่อยไป มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวของกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มต่างๆ มาตรการส่งเสริมการลงทุน สร้างงาน ส่งเสริมให้มีการเพิ่มรายได้

"ความเชื่อมั่นของภาคธุกริจและหอการค้าทั่วประเทศ จะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นในการผลิต การลงทุน การจ้างงาน ส่งสัญญาณเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแรง อยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งเชื่อว่าจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าช่วงก่อนวิกฤติโควิดได้ในไม่ช้า” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad