ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะกรรมการฯ เห็นชอบอนุมัติเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 11 กองทุน รวมกว่า 7 ล้านบาท - MSK News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะกรรมการฯ เห็นชอบอนุมัติเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 11 กองทุน รวมกว่า 7 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานกรรมการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2565 ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

ที่ประชุมได้มีการรายงานเกี่ยวกับการขอรับเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีกองทุนสวัสดิการชุมชนขอรับการสมทบงบประมาณจากกรุงเทพมหานคร รอบที่สาม จำนวน 4 กองทุน ดังนี้ 1. กลุ่มกรุงเทพเหนือ: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตสายไหม ขอรับเงินสมทบ 748,080 บาท 2. กลุ่มกรุงธนเหนือ: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตธนบุรี ขอรับเงินสมทบ 232,200 บาท และกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางกอกน้อย ขอรับเงินสมทบ 624,600 บาท 3. กลุ่มกรุงธนใต้: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตทุ่งครุ ขอรับเงินสมทบ 186,840 บาท

และมีกองทุนสวัสดิการชุมชนขอรับการสมทบงบประมาณจากกรุงเทพมหานคร รอบที่สี่ จำนวน 7 กองทุน ดังนี้ 1. กลุ่มกรุงเทพเหนือ: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางซื่อ ขอรับเงินสมทบ 69,120 บาท 2. กลุ่มกรุงเทพตะวันออก: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตคันนายาว ขอรับเงินสมทบ 1,041,840 บาท 3. กลุ่มกรุงเทพกลาง: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตวังทองหลาง ขอรับเงินสมทบ 832,680 บาท 4. กลุ่มกรุงธนเหนือ: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตคลองสาน ขอรับเงินสมทบ 214,200 บาท 5. กลุ่มกรุงธนใต้: กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางบอน ขอรับเงินสมทบ 2,349,720 บาท กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตราษฎร์บูรณะ ขอรับเงินสมทบ 547,920 บาท และกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางแค ขอรับเงินสมทบ 345,600 บาท

โดยสำนักงานเขตได้รวบรวมคำขอรับการสมทบฯ จัดการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนระดับเขต และพิจารณาคุณสมบัติ ก่อนนำเข้าคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนกรุงเทพมหานคร พร้อมส่งรายงานการประชุมและเอกสารขอรับการสมทบฯ ให้แก่สำนักพัฒนาสังคม เพื่อตรวจสอบ

กองทุนที่ขอรับการสมทบฯ จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขต่าง ๆ อาทิ

- เป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับเงินสมทบทั้งรอบแรกและรอบสอง (สำหรับการขอรับการสมทบฯ รอบที่สาม) หรือ ได้รับเงินสมทบครบสามครั้ง (สำหรับการขอรับการสมทบฯ รอบที่สี่) มาแล้ว
- สมาชิกมีความหลากหลายทุกกลุ่มคน รวมถึงเยาวชน คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส สมาชิกกระจายอยู่ในชุมชนต่าง ๆ มีแผนพัฒนารวมถึงการเพิ่มจำนวนสมาชิก
- มีเงินกองทุนเพื่อสวัสดิการที่มาจากการสมทบของสมาชิก มิใช่เงินหุ้นหรือเงินฝากของสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ปกติ
- มีระบบการแสดงสถานะการเงินทุกสามเดือน (สำหรับการขอรอบที่สาม) หรือทุกเดือน (สำหรับการขอรอบที่สี่) มีการบริหารกองทุนที่ชัดเจน
- มีการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกอย่างน้อยหกด้าน เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย การศึกษา อาชีพ (สำหรับการขอรอบที่สาม) หรือ อย่างน้อยเก้าด้าน เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ผู้ด้อยโอกาส การศึกษา อาชีพ ที่ดูแลสมาชิกและคนในชุมชน โดยรวมถึงการจัดสวัสดิการที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ ตัวเงิน และเชื่อมโยงสวัสดิการกับงานพัฒนาอื่นๆ ในชุมชน เช่น องค์กรการเงิน สภาองค์กรชุมชน (สำหรับการขอรอบที่สี่)
- มีรายงานผลการดำเนินงานประจำปี รายงานสถานะทางการเงิน เป็นต้น

จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพบว่ากองทุนสวัสดิการเขตต่าง ๆ ที่ส่งคำขอรับการสมทบฯ ทั้งรอบที่สาม (จำนวน 4 กองทุน) และรอบที่สี่ (จำนวน 7 กองทุน) มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข มติที่ประชุมจึงเห็นชอบและอนุมัติในหลักการโดยจำนวนเงินสมทบเป็นไปตามที่เสนอ คือ 360 บาท/คน/ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,192,800 บาท

ในการนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบให้ฝ่ายเลขานุการรวบรวมผลการดำเนินงาน การจัดสรรสวัสดิการ และเงินทุนคงเหลือ ของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับเงินสมทบงบประมาณจากกรุงเทพมหานคร พร้อมรายงานที่ประชุมในครั้งต่อไป

อนึ่ง รัฐบาลมีนโยบายการดำเนินการโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ในการสร้างหลักประกันความมั่นคงของชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมในการจัดการดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อการพัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมที่นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 5 ของระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ การจ่ายเงินสมทบ และอัตราการจ่ายเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน พ.ศ. 2558 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ การจ่ายเงินสมทบ และอัตราการจ่ายเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 จึงยกเลิกคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 2786/2560 ลงวันที่ 8 ก.ย. 60 และมีคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 2030/2565 ลงวันที่ 29 ส.ค. 65 แต่งตั้งคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนกรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ที่ผู้ว่าฯ มอบหมาย เป็นประธานกรรมการ รองปลัดกรุงเทพมหานครสั่งราชการสำนักพัฒนาสังคม และผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชน เป็นรองประธานกรรมการ และมีกรรมการจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม ประธานกลุ่มเขต 6 กลุ่มเขต ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย และผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2558

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad