“เฉลิมชัย”เปิดศูนย์สกัดสารพืชกระท่อมและสมุนไพร เร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีเกษตร4.0 สนับสนุนงบวิจัยและพัฒนาของศูนย์AICทั่วประเทศเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร - MSK News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565

“เฉลิมชัย”เปิดศูนย์สกัดสารพืชกระท่อมและสมุนไพร เร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีเกษตร4.0 สนับสนุนงบวิจัยและพัฒนาของศูนย์AICทั่วประเทศเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร


เมื่อวันที่ 21มี.ค.65 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(ศูนย์ AIC:Agritech and Innovation Center)เปิดเผยว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดศูนย์นวัตกรรมสกัดสารสมุนไพรและกระท่อมสู่การต่อยอดเกษตรมูลค่าสูง ร่วมกับรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากประขุมรับฟังการนำเสนอโครงการพัฒนากระท่อม พืชเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก บนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่ ของสมาคมพืชกระท่อมแห่งประเทศไทย อันประกอบด้วย “บทบาทพืชกระท่อมไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก นำร่อง 4 จังหวัดภาคใต้” “การพัฒนาและวิจัยพืชกระท่อมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง” เมื่อ20มี.ค.ณ ห้องประชุมศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์AICจังหวัดเชียงใหม่ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ



ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวมอบนโยบายว่าภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร4.0 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ.จัดทำงบประมาณและโครงการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือศูนย์AICเพื่อการวิจัยพัฒนานวัตกรรมนำมาใช้ส่งเสริมการผลิต การแปรรูป และการตลาดเช่นพืชสมุนไพรของไทย โดยมุ่งหวังให้เกษตรกร กลุ่ม วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการภาคเกษตรสามารถผลิตและพัฒนาสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดทั้งภายใน และภายนอกประเทศตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต เพื่อสร้างเกษตรมูลค่าสูง ยกระดับรายได้ของเกษตรกร อย่างยั่งยืนต่อไป

นายอลงกรณ์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ.ได้จัดตั้งศูนย์AIC 77 จังหวัดดำเนินการตั้งแต่1มิถุนายน2563และศูนย์AICประเภทศูนย์ความเป็นเลิศอีก23ศูนย์ตามนโยบายและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร4.0ทำการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมกว่า700นวัตกรรมสามารถถ่ายทอดสู่เกษตรกรและฟาร์มกว่า8พันรายทั่วประเทศภายใต้แผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะปี2565-2566 ถือเป็นคานงัดสำคัญในการปฏิรูปภาคเกษตรของไทยเชิงโครงสร้างและระบบที่มีกลไกการขับเคลื่อนแบบบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad