6 มีนาคม 67 วันคล้ายวันสถาปนากรมกิจการเด็กและเยาวชน - MSK News

Breaking

Home Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567

6 มีนาคม 67 วันคล้ายวันสถาปนากรมกิจการเด็กและเยาวชน





เมื่อวันพุธที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมกิจการเด็กและเยาวชน “9 ปี ดย. ร่วมสร้างเด็กและเยาวชน เป็นพลเมืองคุณภาพ” ณ บริเวณโถงกลาง ชั้น 1 และห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ


นางอภิญญา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2558 "กรมกิจการเด็กและเยาวชน" ได้รับการจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นการยกระดับงานด้านเด็กและเยาวชน โดยรวมภารกิจ จาก 3 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และสำนักงานปลัดกระทรวง โดยมีภารกิจหลัก 3 ด้าน คือ


1. การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ 2. การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ และ 3. การจัดสวัสดิการสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัวด้วยการดำเนินมาตรการ กลไก นโยบาย ยุทธศาสตร์ และบริการสังคม โดยบูรณาการความร่วมมือในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งในและระหว่างประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ภายใต้กฎหมายมติคณะรัฐมนตรี ยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานที่สำคัญ ซึ่งมีหน่วยงานภายในกรม และหน่วยงานส่วนภูมิภาค ทั่วประเทศ 108 แห่ง ร่วมขับเคลื่อน



ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเป็นไปตามภารกิจทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย

1. ด้านการส่งเสริมและพัฒนา มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนมีพัฒนาการสมวัย สามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานชาติ และส่งเสริมกลไกทุกระดับเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย , จัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน ทั่วประเทศ จำนวน 8,778 แห่ง , ส่งเสริมทักษะเด็กเยาวชนในศตวรรษที่ 21 มีจิตอาสา มีทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ , เปิดพื้นที่สร้างสรรค์สร้างการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนร่วมกับกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ


2. ด้านการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการคุ้มครองและสวัสดิการตามมาตรการคุ้มครองทางสังคม อาทิ การปรับภารกิจบ้านพักเด็กและครอบครัว 77 แห่ง ทั่วประเทศ ทำงานเชิงรุก ร่วมกับภาคีเครือข่าย ช่วยหลือเด็กและเยาวชน ตลอด 24 ชั่วโมง , ขยายศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กใน อปท.ครอบคลุมทุกจังหวัด , มีระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก (CPIS) เพื่อประกันคุณภาพตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ด้านการคุ้มครองเด็ก , จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็ก และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 , สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนคุ้มครองเด็ก ให้บุคคล องค์กร นำไปขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาส่งเสริม และด้านการคุ้มครองเด็กและเยาวชน , จัดตั้งเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ประเทศไทย


3. ด้านการจัดสวัสดิการสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว มุ่งเน้นให้เด็ก เยาวชน และครอบครัว เข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐาน และได้รับการจัดสวัสดิการที่เหมาะสม อาทิ จัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ให้เด็ก 0 - 6 ปี , เปิดใช้งาน “Application เงินเด็ก” ในการลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ , ยกระดับมาตรฐานการจัดสวัสดิการของหน่วยงานในสังกัด 108 แห่ง , การจัดสวัสดิการสำหรับแม่วัยรุ่นในชุมชน และการส่งเสริมทักษะอาชีพ , จัดสรรเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน , จัดหาครอบครัวบุญธรรม ครอบครัวอุปถัมภ์ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่เป็นครอบครัว , ริเริ่มซ่อม เสริม สร้างบ้านปลอดภัยสำหรับเด็ก ภายใต้โครงการ Green Universal Design บ้านที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทั่วประเทศ


นอกจากนี้ พัฒนาองค์กรสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อรองรับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล และเป็นต้นแบบการดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชน จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ อาทิ รางวัลเลิศรัฐ 2566 รางวัลหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นในการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ รางวัลองค์กรที่สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว รางวัล DG Awards 2023 และรางวัลระดับชาติ Prime Minister Awards : Thailand Crybersecurlty Excellence Award 2023

สำหรับการก้าวสู่ปีที่ 10 และปีต่อ ๆ ไปนั้น กรมกิจการเด็กและเยาวชน ยังคงมุ่งมั่นสานต่อความร่วมมือการทำงานเพื่อเด็กและเยาวชน ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา สหวิชาชีพ สื่อมวลชน องค์การระหว่างประเทศ จำนวนกว่า 50 องค์กร ภายใต้ MOU 28 ฉบับ และความร่วมมือระหว่างประเทศทวิภาคี พหุภาคี โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ กรมกิจการเด็กและเยาวชนขอใช้โอกาสนี้ ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา สหวิชาชีพ สื่อมวลชน รวมไปถึงองค์การระหว่างประเทศ ที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือมาด้วยดีมาโดยตลอด 9 ปี เพื่อร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ และคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต และเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น