ศบค.เผยข้อมูลจาก IATA ระบุผู้โดยสารเครื่องบิน มีความเสี่ยงติด"Omicron" เพิ่ม 2-3 เท่า เผย 52 วัน เข้ามาแล้ว 3.25 แสนราย พบติดเชื้อโควิด 642 คน - MSK News

Breaking

Home Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ศบค.เผยข้อมูลจาก IATA ระบุผู้โดยสารเครื่องบิน มีความเสี่ยงติด"Omicron" เพิ่ม 2-3 เท่า เผย 52 วัน เข้ามาแล้ว 3.25 แสนราย พบติดเชื้อโควิด 642 คน


ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,202,001 ราย หายป่วยแล้ว 2,142,186 ราย และเสียชีวิตสะสม 21,501 ราย


ส่วนผู้มารับการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 82,409 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 166,260 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 215,068 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 22 ธันวาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 101,079,615 โดส
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 50,768,299 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 44,819,727 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 5,491,589 ราย

10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด

สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับ 1 ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 432 ราย รองลงมาเป็นนครศรีธรรมราช 227 ราย ชลบุรี 182 ราย สมุทรปราการ 171 ราย


ส่วนจังหวัดที่เหลือตัวเลขต่ำกว่า 100 ราย โดยอันดับ 5 เป็น บึงกาฬ 95 ราย สงขลา 86 ราย ศรีสะเกษ 79 ราย เชียงใหม่ 68 ราย ปัตตานี 65 ราย และอันดับ 10 สุราษฎร์ธานี 64 ราย

ขณะที่ผู้เสียชีวิต 30 รายในวันนี้ เป็นชาย 15 ราย หญิง 15 ราย และยังอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง 27 ราย คิดเป็นสัดส่วน 90% ของผู้เสียชีวิตในวันนี้ และเมื่อแยกตามพื้นที่พบว่าวันนี้กทม.มีผู้เสียชีวิตรายเดียว

ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดยังเป็นภาคใต้รวม 10 ราย โดยสงขลามีผู้เสียชีวิตมากสุด 4 ราย รองลงมาเป็นกลุ่มจังหวัดในภาคกลาง-ตะวันออก มีผู้เสียชีวิตรวม 11 ราย โดยราชบุรีมีผู้เสียชีวิตมากสุดถึง 7 ราย
10 ประเทศต้นทาง สหรัฐฯ-สหราชอาณาจักร ติดเชื้อมากสุด

ส่วนความคืบหน้าหรือผลการดำเนินงานการรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ผ่านทุกท่าอากาศยาน ตั้งแต่วันที่ 1-22 ธันวาคม 2564 มีผู้เดินทางเข้ามารวมสะสม 192,349 ราย พบผู้ติดเชื้อโควิด 471 ราย และเมื่อรวมตัวเลขตั้งแต่เปิดประเทศ หรือตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-22 ธันวาคม 2564 มีผู้เดินทางเข้ามาแล้ว 325,410 ราย มีผู้ติดเชื้อโควิดรวม 642 คน

และเมื่อแยกตามประเทศต้นทางที่เข้ามา 10 อันดับแรกพบว่า มีผู้เดินทางจากเยอรมนีเข้ามามากที่สุด 15,894 ราย พบติดเชื้อโควิด 25 คน รองลงมาเป็นสหราชอาณาจักร 13,682 ราย พบติดเชื้อ 78 คน สหรัฐอเมริกา เดินทางเข้ามา 7,902 ราย พบติดเชื้อ 62 คน ซึ่งคนที่เดินทางมาจากสหรัฐมีอัตราการติดเชื้อมากที่สุดคิดเป็น 0.78% อันดับ 4.รัสเซีย 7,831 ราย พบติดเชื้อ 35 คน อันดับ 5 เป็นฝรั่งเศส 7,487 ราบ พบติดเชื้อ 25 คน ส่วนประเทศอื่น (ดูตารางประกอบ)

สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 277,515,297 ราย อาการรุนแรง 89,550 ราย รักษาหายแล้ว 248,605,242 ราย เสียชีวิต 5,393,140 ราย

อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 52,506,200 ราย 2. อินเดีย จำนวน 34,763,305 ราย 3. บราซิล จำนวน 22,222,928 ราย 4. สหราชอาณาจักร จำนวน 11,647,473 ราย 5. รัสเซีย จำนวน 10,292,983 ราย สำหรับประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,202,001 ราย


ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศวันนี้มีจำนวน 57 ราย มาจากสหราชอาณาจักรมากที่สุด 10 ราย รองลงมาเป็นสหรัฐอเมริกา 9 ราย ซาอุดิอาระเบีย 7 ราย สิงคโปร์ 3 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE) 3 ราย ที่เหลือประเทศละ1-2 ราย
ผู้โดยสารเครื่องบินเสี่ยงติดเชื้อโอไมครอนเพิ่ม 2-3 เท่า

ศบค.ยังรายงานสถานการณ์ที่น่าสนใจในต่างประเทศว่า แพทย์และที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ออกมาเปิดเผยว่า ผู้โดยสารเครื่องบินมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ที่จะติดเชื้อไวรัส-19 สายพันธุ์โอไมครอน(Omicron) ระหว่างเที่ยวบิน และเที่ยวบินชั้นธุรกิจมีแนวโน้มความปลอดภัยมากกว่าชั้นประหยัดที่มีคนใช้บริการหนาแน่นกว่า พร้อมแนะนำผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกัน หรือสัมผัสบนพื้นผิวที่มีการจับต้องบ่อย

อย่างไรก็ตามแม้การโดยสารเครื่องบินจะมีความเสี่ยง แต่การอยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นมาก เช่น ศูนย์การค้า ยังมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก เนื่องจากเครื่องบินสมัยใหม่จะมีระบบกรองอากาศเกรดเดียวกับโรงพยาบาล กระนั้นก็ตามยังคงเน้นย้ำมาตรการสำคัญในการควบคุมโรค เช่น การสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดบนเครื่องบิน หมั่นล้างมือให้สะอาด และรักษาระยะห่าางจากผู้โดยสารคนอื่นๆ

ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ เตรียมยกเลิกการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินและรถประจำทางขาเข้าประเทศภายใต้ระบบเข้าเมืองไม่ต้องกักตัว หรือ quarantine-free travel เป็นเวลา 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2564 นี้เป็นต้นไป เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น