"ประยุทธ์"นายกฯ ชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ไทย 2 ท่าน ขึ้นรับรางวัลจาก WHO ระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 75 - MSK News

Breaking

https://www.blogger.com/blog/page/edit/163607023169952299/4565312937486509077?hl=th#

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ประยุทธ์"นายกฯ ชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ไทย 2 ท่าน ขึ้นรับรางวัลจาก WHO ระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 75

นายกรัฐมนตรีชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ไทย 2 ท่าน ขึ้นรับรางวัลจาก WHO ระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 75 พร้อมขอบคุณทีมไทยแลนด์แสดงศักยภาพด้านสาธารณสุขไทยเป็นที่ยอมรับระดับโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่  27 พ.ค. 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่นชมความสำเร็จของบุคลากรทางการแพทย์จากประเทศไทย 2 ท่าน ที่ได้รับรางวัลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกอบด้วย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ในรางวัล Dr LEE Jong-wook Memorial Prize for Public Health และ นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ด้านเวชกรรม สาขาจักษุวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ในรางวัล Sasakawa Health Prize

สำหรับพิธีมอบรางวัลได้จัดขึ้นในวันนี้ (27 พ.ค.) ระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 75 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งในส่วนของ ศ.นพ.ประกิต ติดภารกิจไม่สามารถเดินทางไปรับรางวัลด้วยตนเอง นางสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จึงเป็นผู้ขึ้นรับรางวัลแทน

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ทั้ง 2 ท่าน ได้รับการยกย่องจาก WHO เนื่องด้วยเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อวงการสาธารณสุข โดย ศ.นพ.ประกิต วาธีสาธกกิจ ได้ทำงานภาคประชาสังคมในการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ มีผลงานเชิงประจักษ์เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข เป็นจักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคจอประสาทตา ที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาตาบอดในประเทศไทย โดยเฉพาะภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา โดยพัฒนาวิธีการคัดกรอง ริเริ่มโครงการสำคัญ ๆ กระทั่งจำนวนผู้ป่วยที่ตาบอดอันเนื่องมาจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาลดลงอย่างมาก

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทีมไทยแลนด์ ทั้งส่วนของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันผลักดันงานทุกด้านจนระดับสาธารณสุขไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก อาทิ ความสามารถในการบริหารจัดการกับสถานการณ์โควิด19 ซึ่งจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นำคณะเข้าร่วมประชุม WHA ที่นครเจนีวา ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. ผู้บริหารของ WHO ก็ได้ให้ความชื่นชมประเทศไทยในเรื่องนี้ และจะนำรูปแบบการบริหารจัดการองไทยไปพัฒนาให้เป็นสากลและใช้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ตลอดจนความร่วมมือของไทยกับ WHO ตามโครงการพัฒนาระบบศูนย์กลางทางชีวภาพ หรือ WHO Biohub system ไทยก็เป็นประเทศแรก ๆ ที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ แสดงถึงขีดความสามารถและมาตรฐานระดับสูงของห้องปฏิบัติการ การถอดรหัสพันธุกรรม การเพาะและส่งต่อเชื้อโรคใหม่ ๆ สามารถร่วมกับ WHO ในการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะรับมือกับโรคได้รวดเร็ว นำไปสู่การวิจัยให้ได้ยา วัคซีนหรือแนวทางการป้องกัน รักษาโรคที่เป็นภัยคุกคามใหม่กับประชาคมโลกที่มีประสิทธิภาพ

“นายกรัฐมนตรีขอบคุณทีมไทยแลนด์ ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ทุกๆ ท่านที่ทุ่มเทการทำงาน ซึ่งนอกจากจะได้ดูแลคนไทยแล้วยังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยจนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทั้งในส่วนการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 และการดูแลรักษาประชาชนในยามปกติ เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งมั่นดูแลประชาชนให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลด้วยคุณภาพที่ดีและเท่าเทียม” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น