เครนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ ตาย-เจ็บจำนวนมาก อิตาเลียนไทยฯ ผู้รับเหมาอีกแล้ว" อนุทิน" นายกฯ เสียใจ สั่ง “พิพัฒน์” ลงหน้างาน - MSK News

Breaking

Home Top Ad

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

เครนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ ตาย-เจ็บจำนวนมาก อิตาเลียนไทยฯ ผู้รับเหมาอีกแล้ว" อนุทิน" นายกฯ เสียใจ สั่ง “พิพัฒน์” ลงหน้างาน


เมื่อเช้าวันที่ 14 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 09.15 น. เกิดเหตุเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงถล่มลงมาทับขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี 3 ตู้ ที่วิ่งอยู่บนรางด้านล่าง จนรถไฟตกรางและมีไฟลุกไหม้ บริเวณบ้านถนนคด หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นพบผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บแล้วจำนวน 30 ราย
รถไฟขบวนดังกล่าวเป็นขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ออกจากสถานีหนองน้ำขุ่น 09.13 น. โดยเหตุเกิดช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่นกับสถานีสีคิ้ว ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและคนทำงานที่โดยสารมาตั้งแต่สถานีปากช่อง เพื่อไปเรียนและทำงานในต่างอำเภอ


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าไปตรวจสอบซากรถไฟ พบมีผู้เสียชีวิตจำนวน 7 ราย อยู่ใน 1 ตู้ ซึ่งตู้รถไฟดังกล่าวผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างกู้ร่างผู้เสียชีวิต




หลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา หน่วยกู้ภัยพรหมธรรมสีคิ้ว หน่วยกู้ภัยสว่างวิชาปากช่อง และกู้ภัยสูงเนิน ได้เร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากซากรถไฟรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
มีรายงานเพิ่มเติมว่า จุดเกิดเหตุเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา งานโยธา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด มีผู้รับจ้างคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) เป็นผู้รับเหมา


ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า รถไฟที่เกิดเหตุเป็นรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ขณะกำลังจะเข้าสถานีสีคิ้ว บริเวณกิโลเมตรที่ 220 หลัก 9 หมู่ 11 บ้านถนนคต ทำให้มีตู้รถไฟตกราง 1 ตู้ และเกิดเพลิงไหม้อีก 1 ตู้


มีรายงานเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 22 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 55 ราย จากผู้โดยสารทั้งหมด 190 ราย โดยบางรายมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ ดับเพลิง และปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ 


สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ณ เวลา 15.45 น. ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 28 รายอยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนผู้บาดเจ็บ 64 ราย เป็นผู้บาดเจ็บที่มีอาการสาหัส 7 ราย บาดเจ็บปานกลาง 19 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 38 ราย โดยทั้งหมดได้รับการดูเเลเรียบร้อยเเล้ว

ทั้งหมดเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ รพ.สีคิ้ว 55 ราย รพ.สูงเนิน 8 ราย และ รพ.ปากช่องนานา 1 ราย

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 มีผู้โดยสารและพนักงานรวมทั้งสิ้น 195 คน โดยเป็นจำนวนที่นับตามผังที่นั่งของขบวนรถ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยืนยันตัวบุคคล และดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับจุดเกิดเหตุเครนก่อสร้างตกทับรถไฟเช้านี้เป็นโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ไทย-จีน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นช่วงที่ดำเนินการก่อสร้างโดยริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

รถไฟขบวนที่เกิดเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

รถไฟขบวนที่เกิดเหตุถูกเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับ เป็นรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ที่ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์สู่ปลายทาง จ.อุบลราชธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุรถไฟขบวนนี้ออกจากสถานีหนองน้ำขุ่น 09.13 น.และเหตุเกิดระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่นกับสถานีสีคิ้ว บริเวณกิโลเมตรที่ 220 หลัก 9 หมู่ 11 บ้านถนนคต ทำให้มีตู้โดยสารตกราง 1 ตู้ และเกิดเพลิงไหม้อีก 1 ตู้


รวมผู้ประสบภัย จำนวน 86 ราย (เบื้องต้น)
เสียชีวิต : 22 ราย
บาดเจ็บรุนแรง : 8 ราย
บาดเจ็บปานกลาง : 19 ราย
บาดเจ็บเล็กน้อย : 37 ราย
ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บ ได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และได้ติดตามผู้สูญหาย

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ นายพิพัฒน์  พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปบัญชาการเหตุการณ์หน้างาน เบื้องต้นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือเรื่องของการเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมกันนี้ ได้แนะนำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งความดำเนินคดีบริษัทผู้รับจ้าง

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ จนทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ว่า ได้รับรายงานแล้ว และตนสั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต


ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ขอให้รอการสืบสวนสอบสวนว่าทำไมจังหวะเวลาถึงพอดีกันขนาดนี้ เรื่องนี้ตนต้องไล่ถามอยู่แล้วเพราะเป็นอาชีพเก่า พร้อมย้ำว่าอย่านำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นทางการเมือง ขอให้ใช้เวลาไปกับการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และไม่ให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้

“ดูแล้วโครงการนี้มันก็หลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม รอบนี้ก็มีเครนล้มอีก จึงต้องดูว่าทำไมถึงมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ อุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ทำอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบ”

สำหรับการก่อสร้างจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องยุติการก่อสร้าง และทำรายงาน แผนการชดใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องความเสียหายมันมีการใช้ค่าปรับอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องหยุดงาน ผู้รับเหมาก็จะเสียค่าปรับในส่วนนี้ ส่วนภาครัฐมีความเสียหายเรื่องระยะเวลา แต่ไม่มีงบประมาณต้องเสียเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้รับเหมาได้ชี้แจงกลับมาเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้คงต้องเร่งหาสาเหตุ รวมถึง รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้องสืบสวนสอบสวน หากจะว่าผิดก็ต้องผิดทั้งหมด พร้อมย้ำว่าเมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจะต้องมีคนถูกลงโทษและรับผิดชอบที่ควบคุมโครงการไม่ดี

ทางด้านคำถามว่าจะต้องมีการพิจารณาบทลงโทษผู้ประกอบการเพิ่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรี เผยว่า เมื่อถึงจุดนี้ต้องถึงกับการเป็นกฎหมาย ทั้งกระทรวงคมนาคมหรือกรมบัญชีกลางที่จะเป็นหน่วยงานขึ้นบัญชีดำ ตนก็ถามในกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่ายกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าติดที่กฎหมายไปหมด และตนก็มีเวลาบริหารงานเพียง 2 เดือน โดยจะนำเรื่องนี้กลับมาคุยกันหลังเลือกตั้ง และตีแผ่กันอย่างชัดเจน ซึ่งทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิม และยังให้ดำเนินงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางต้องตอบให้ได้ว่าทำไมยังไม่ขึ้นบัญชีดำ

โดยก่อนหน้านี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็มีนโยบายทำสมุดพกความประพฤติของผู้ประกอบการ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดีและเห็นด้วยอย่างมาก แต่วันนี้ทำไมยังใช้ไม่ได้ และวันนี้หน่วยงานเองก็กังวลว่าหากทำไปก็กลัวจะถูกฟ้องกลับ จึงมองว่าควรจะเปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา แต่หากคนเสนอไปก็จะถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหาว่าจะใช้อาชีพในอดีตมากลั่นแกล้ง ตนจึงต้องเว้นระยะ ซึ่งหากไม่ดำเนินการและเกิดเหตุซ้ำแบบนี้ก็คงไม่ต้องมีการเว้นระยะ และใช้หลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”

นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม มันจะไม่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ การที่เครนล้มลงมาก็ต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ส่วนใดสึกหรอหรือลูกปืนรางมีปัญหาหรือไม่ เรื่องพวกนี้สามารถพิสูจน์ได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบเห่ ดังนั้น การจะไปจ้างผู้รับเหมาแบบนี้ก่อสร้าง ภาครัฐต้องคิดแล้วคิดอีก ภาคเอกชนก็ต้องคิดเหมือนกัน พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ รฟท. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วย ส่วนการลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ตนได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่างจากเมื่อครั้งอุโมงค์ก่อสร้างถล่ม ตอนนั้นตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุริยะ ซึ่งอยู่คนละพรรคต่างคนต่างไป แต่ก็มองว่าดี ซึ่งนายพิพัฒน์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโทรศัพท์รายงานตนตลอด


ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าหากตรวจสอบพบว่ามีในโครงการอื่นนั้น จะชะลอโครงการหรือยุติไปเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงาน ทั้งรับจ้าง และผู้ว่าจ้าง เรื่องนี้จะยกให้เป็นความผิดของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะมีการอนุมัติโครงการ มีการตรวจการจ้าง พร้อมย้ำว่าไม่ต้องกังวล สถานการณ์จะบีบบังคับให้มีการตรวจสอบเอง ซึ่งต่อจากนี้ตนก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าการ รฟท. จะอยู่ได้หรือไม่ ก็ให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มีผู้เสียชีวิต 22 ราย เนื่องจากคราวที่แล้วจำกัดความรับผิดชอบอยู่ในกรอบของผู้ว่าจ้าง แต่ครั้งนี้กระทบถึงพี่น้องประชาชน ตนจึงต้องถามกลับและให้กลับไปพิจารณาตนเอง เพราะตอนนี้ตนยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่

ส่วนการที่ฝ่ายการเมืองเตรียมนำเรื่องดังกล่าวออกมาโจมตีนั้น นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ตนห้ามเขาไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง เป็นเรื่องเทคนิค แทนที่จะมาคุยเรื่องความเสียหาย กลับกลายเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปฉวยโอกาส จังหวัดนครราชสีมามีผู้แทนราษฎรพรรคใดเยอะที่สุด และจะมาโยนพรรคอื่นได้อย่างไร ไม่ได้หรอก อย่าไปเล่นการเมือง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น