"ผู้ปิดทองหลังพระ....เขาคือใคร?" : Royal Irrigation Department กับ "ทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล " ในวันหนึ่ง - MSK News

Breaking

Home Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

"ผู้ปิดทองหลังพระ....เขาคือใคร?" : Royal Irrigation Department กับ "ทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล " ในวันหนึ่ง


"พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัส แก่กรมชลประทาน“ปฏิบัติงานของกรมชลประทาน เหมือนการปิดทองหลังพระ หากแต่เมื่อปิดไปนานๆ ทองก็จะไหลออกมาหน้าพระเอง”


"กรมชลประทาน" หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า  Royal Irrigation Department สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สาเหตุที่กรมชลประทานใช้ชื่อว่า Royal Irrigation Department เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และได้รับพระราชทานนามหน่วยงานอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา เพื่อสะท้อนถึงภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วประเทศตามแนวพระราชดำริ 


เราว่าเป็น หน่วยงานชาวเกษตรกร รู้สึกว่าสนิทสนม และเป็นเพื่อนด้านการใช้น้ำ จะน้ำมาก น้ำน้อย ก็นึกถึง กรมชลประทาน นี่แหละอันดับแรก พอน้ำน้อย ก็ โอยปีนี้ ทำการเกษตร อย่างไรดี พอน้ำมาก น้ำล้น ก็ทำยังไงอีก น้ำมาเกิน เอาออกไป เอาออกไป


หน้าที่ของ " กรมชลประทาน" คือ จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค สร้างและดูแลระบบส่งน้ำ คลองส่งน้ำ และอ่างเก็บน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการทำนา ทำสวน ทำไร่ ตลอดจนส่งน้ำดิบให้การประปาส่วนภูมิภาคและการประปานครหลวง ผลิตน้ำประปาให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภคในบ้านเรือน

พอถึงฤดูน้ำมาก น้ำล้น ก็ต้อง ป้องกันและบรรเทาอุทกภัย (น้ำท่วม) บริหารจัดการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำในช่วงฤดูฝนเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม



พอแล้ง ก็อย่างที่เกริ่นนำมา ต้องทำความเข้าใจกับการทำการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งหน้าแล้ง กรมชลประทาน แจกจ่ายน้ำช่วยเหลือภัยแล้ง จะจัดส่งรถยนต์บรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ และสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่กำลังจะยืนต้นตาย


ยังป้องกันน้ำเค็มรุกคุกคาม ควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำบริเวณชายฝั่งหรือปากแม่น้ำ เพื่อดันน้ำเค็มไม่ให้เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรและไม่ให้ปนเปื้อนในแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา

อีกทั้ง ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ: อ่างเก็บน้ำและเขื่อนหลายแห่งของกรมชลประทานถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิว สถานที่ปั่นจักรยาน และพื้นที่ทำกิจกรรมหย่อนใจของคนในท้องถิ่นหลากหลายแห่ง

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัส แก่กรมชลประทาน“ปฏิบัติงานของกรมชลประทาน เหมือนการปิดทองหลังพระ หากแต่เมื่อปิดไปนานๆ ทองก็จะไหลออกมาหน้าพระเอง”

เราเชื่อว่า ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ กรมชลประทาน ยึดถือหลัก "ปิดทองหลังพระ" มาโดยตลอด เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยที่ไหน กรมชลประทาน และเครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ สามารถปฏิบัติงานได้ทันสถานการณ์ ทันท่วงที เป็น "พระเอก" และเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง

เราอยากให้ประชาชน ได้ทำความรู้จักกับ เครื่องมือหรือเครื่องจักรกลหลักที่กรมชลประทานใช้ช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม

เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมให้กับประชาชน โดยทางสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน จะมีกลุ่มเครื่องจักรและเครื่องมือสนับสนุนหลักที่ทำงานร่วมกันในภาวะอุทกภัย ดังนี้

1. เครื่องสูบน้ำ (Water Pumps)
เป็นหัวใจหลักในการดึงน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชน หรือพื้นที่การเกษตรที่น้ำท่วมขัง มีทั้งแบบสถานีถาวรและแบบเคลื่อนที่
• เครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pumps): มีความคล่องตัวสูง สามารถเคลื่อนย้ายไปติดตั้งตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ได้ทันที มีทั้งระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลและระบบไฟฟ้า
• เครื่องสูบน้ำส่งถ่ายกำลังด้วยระบบไฮดรอลิก (Hydraulic Pumps): นิยมใช้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือต้องการกำลังส่งสูง
• ขนาดที่นิยมใช้: มีหลากหลายขนาดตั้งแต่ขนาดท่อ 8 นิ้ว, 10 นิ้ว, 12 นิ้ว ไปจนถึงขนาดยักษ์ 14–16 นิ้ว เพื่อเพิ่มปริมาณการสูบน้ำต่อชั่วโมงให้ได้มากที่สุด



2. เครื่องผลักดันน้ำ (Water Jet Pumps / Hydroflo Pumps)
เป็นเครื่องมือสำคัญในกรณีที่ต้องการเร่งความเร็วในการระบายน้ำในลำน้ำหรือคลองให้ไหลออกสู่ทะเลหรือแม่น้ำสายหลักได้เร็วขึ้น โดยจะนำไปติดตั้งตามสะพานหรือจุดคอคอดของลำน้ำเพื่อทำหน้าที่เพิ่มแรงส่งและเพิ่มอัตราการไหลของน้ำให้ไหลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ลดการเอ่อล้นตลิ่ง
3. เครื่องจักรกลหนักสนับสนุนและยานพาหนะ

นอกเหนือจากเครื่องมือระบบน้ำแล้ว ยังต้องใช้เครื่องจักรกลหนักในการเปิดทางน้ำและกู้ภัยร่วมด้วย ได้แก่:
• รถขุดไฮดรอลิก (รถแบคโฮ): ใช้ขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ และสร้างคันกั้นน้ำชั่วคราว

• รถเครน / รถยก: ใช้สำหรับยกหรือย้ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปติดตั้งในจุดต่าง ๆ
• รถบรรทุกน้ำ / รถบรรทุกเทท้าย: ใช้ขนย้ายดินทรายเพื่อทำคันกั้นน้ำ หรือขนส่งเครื่องมือ
• เรือขุดและเรือกำจัดวัชพืช: เร่งขุดลอกตะกอนดินและผักตบชวาที่ขวางทางเดินน้ำ


หนึ่ง ใน"ผู้ปิดทองหลังพระ " ที่เรา ได้ไปพบพูดคุยกับท่านเมื่อวันก่อน "ทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล " เมื่อครั้งรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเครื่องจักรกล กรมชลประทาน นายช่าง มาดนิ่ง สุขุม ใจดี ลูกน้องรัก พื้นเพเป็นชาวปักษ์ใต้ เกิดและเติบโตที่จังหวัด นครศรีธรรมราช จบการศึกษาจากโรงเรียนประจำจังหวัดเบญจมราชูทิศ เข้าศึกษาต่อด้านชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน รุ่นที่ 44 มีความมุ่งมั่นในการบริหารราชการชลประทาน เขาเติบโตในสายชลประทาน ทั้งทางด้านก่อสร้างและการบริหารและจัดการ


กว่า 30 ปี ที่ข้าราชการของแผ่นดิน ได้รับการส่งเสริมให้เข้ารับ ตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 4 จงหวัดกำแพงเพชร ผู้อำนวยการสำนักสำรวจทางวิศวกรรมและธรณีวิทยา ก่อนผงาดได้รับความไว้วางใจขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ในเวลาต่อมา



"ทวีวัฒน์" เผยเคล็ดลับในการบริหารการชลประทาน ให้ประสบความสำเร็จ นอกจากความเป็นนักสู้ที่ ไม่ยอมแพ้ต่อการแก้ปัญหาน้ำตามสายงาน เขายังใส่ใจในรายละเอียดของงาน ให้กำลังใจผู้ร่วมงานทุกระดับ มีทัศนคติทำงานแบบบูรณาการประสานเป็นหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเชื่อมั่นในพลังการเป็นข้าของแผ่นดิน แม้ต้องทำงานหนักอยู่เบื้องหลัง เสมือนการปิดทองหลังพระเป้าหมายสำคัญคือการผลักดัน การชลประทานที่เขารักให้ประสบความสำเร็จเพื่อแผ่นดิน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

หากพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือด้านเครื่องจักรกลสนับสนุนน้ำท่วม สามารถแจ้งเรื่องได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น