กทม. หารือ TEPA นำเทคโนโลยีตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์มาใช้ในงานบริการ ลดระยะเวลาการทำธุรกรรม - MSK News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565

กทม. หารือ TEPA นำเทคโนโลยีตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์มาใช้ในงานบริการ ลดระยะเวลาการทำธุรกรรม

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.65 เวลา 14.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมหารือกับ ดร.สรัณยา แสงหิรัญ เลขาธิการ/กรรมการผู้สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) พร้อมคณะ เพื่อนำเสนอแนวทางความร่วมมือด้านการยืนยันตัวตนของประชาชนในการใช้บริการต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร โดยมี รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายประสพสุข พิมพโกวิท รองผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล และผู้เกี่ยวข้องร่วมหารือ ณ ห้องอัมรินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ได้ประสานกับ TEPA ที่นำเสนอช่องทางสำหรับการทำความรู้จักประชาชนด้วยการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC Application/Kiosk) ในการระบุตัวตน(Identification) และยืนยันตัวตน(Verification) เป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์ และการเชื่อมโยงระหว่างบุคคลกับอัตลักษณ์โดย e-KYC Application/Kiosk ใช้งานร่วมกับ OTP เพื่อพิสูจน์ตัวตนของประชาชนในการลงทะเบียนเข้าใช้บริการ พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลพิสูจน์ตัวตนกับแหล่งที่มาของข้อมูลที่ถูกต้องได้ด้วยบัตรประจำตัวประชาชนที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แบบทันทีทันใด (Realtime)

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC Application/Kiosk) ในการระบุตัวตนและยืนยันตัวตนของ TEPA สามารถช่วยลดระยะเวลาในการประสานงานและการทำธุรกรรมต่าง ๆ ลดการสัมผัสการติดต่อของเชื้อโรค สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยป้องกันการทุจริต ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าอยู่ ทันสมัย และสอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการระบุตัวตนและยืนยันตัวตนสามารถนำมาใช้กับงานของกรุงเทพมหานคร เช่น การยืนยันตัวตนเพื่อยื่นเรื่องขอภาพ/คลิปจากกล้อง CCTV ของกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

ทั้งนี้ TEPA ได้นำเสนอความร่วมมือในรูปแบบโครงการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) หรืออาจดำเนินการในรูปแบบของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรุงเทพมหานครกับสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) หรือรูปแบบอื่นใดที่เหมาะสม โดยกทม.สามารถนำมาใช้งานร่วมกับระบบสารสนเทศในการให้บริการประชาชน รวมถึงระบบระบุตัวตน และยืนยันตัวตน ที่ใช้ในปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานครที่มีแนวคิดยกระดับการบริการต่าง ๆให้เป็นรูปแบบออนไลน์ ด้วยการร่วมมือกับ Super Applications อื่นๆ ด้วยต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad